PostTrick.com

Ideas to Live a Better Life! แหล่งรวมความคิดเพื่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสังคมคาร์บอนต่ำ เพื่อเมืองไทยไร้มลพิษ

วราวุธ เร่งฟื้นระบบนิเวศบึงสีไฟ และแม่น้ำพิจิตรสายเก่า เตรียมรับน้ำฝน

15 ก.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ ประธานกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พร้อมด้วยนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะผู้บริหารกระทรวงได้ลงพื้นที่และร่วมประชุมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ณ อุทยานบัว บึงสีไฟ จังหวัดพิจิตร ได้ข้อสรุปและแนวทางการแก้ไขปัญหาบึงสีไฟ ดังนี้

1.กรมเจ้าท่า จะดำเนินการขนดิน ออกจากพื้นที่ทั้งหมดภายในเดือน ก.ย.2563 และให้จังหวัดช่วยเจรจาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางจำหน่ายและนำดินออกจากพื้นที่
2.กรมชลประทาน ดำเนินการจัดสรรน้ำเข้าบึงสีไฟ ภายในฤดูฝนนี้
3.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำ ดำเนินการสำรวจออกแบบบึงสีไฟ ให้สอดคล้องกับระบบนิเวศน์ ให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน
4. สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.) บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำแผนการฟื้นฟูแหล่งน้ำทั้งระบบ
เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จคาดหวังว่าจะเห็นบึงสีไฟกลับมามีความสวยงามเหมือนดังอดีตที่ผ่านมา
ปัจจุบันบึงสีไฟมีเนื้อที่ประมาณ 8,624 ตารางกิโลเมตรหรือ 5,390 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำนาชาติ 1 ใน 69 แห่งของประเทศไทย เป็นแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่อันดับ 3 ของภาคเหนือ และอันดับ 5 ของประเทศและเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืด แหล่งอาศัยของนกหลายชนิด

สำหรับปัญหาของบึงสีไฟ ในปัจจุบันมี 2 ประเด็น คือ การนำน้ำเข้าบึงสีไฟ และ การขนย้ายกองดินออกจากบึงสีไฟ โดยมีแนวทางการแก้ไขทั้ง 2 ประเด็นดังนี้ คือ กรมชลประทาน จะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบ นำน้ำเข้าบึงสีไฟปีละประมาณ 12 ล้าน ลบ.ม. ส่วนการขนย้ายดินออกจากบึงสีไฟ ปัจจุบันกรมเจ้าท่าอยู่ระหว่างประกาศขายดินให้กับผู้รับจ้าง ลบ.ม. ละ 2 บาท ซึ่งกำหนดยื่นเสนอราคาวันที่ 21 ก.ค. 2563 จำนวนมูลดินประมาณ 6 ล้าน ลบ.ม. การดำเนินการขุดลอก ในช่วงที่ 2 ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ อีก ประมาณ 7 เเสน ลบ.ม. โดยประมาณทั้งนี้ บึงสีไฟ เมื่อ กรมเจ้าท่า ทำการขุดลอกแล้วเสร็จจะมีความจุประมาณ 12 ล้าน ลบ.ม.

โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำบึงสีไฟ มีความก้าวหน้าในการดำเนินการเป็นอย่างมาก ทั้งในเรื่องของการจัดการดิน จากการขุดลอก โดยได้สั่งการให้กรมเจ้าท่า เร่งดำเนินการประมูลจำหน่ายดินที่ได้จากการขุดลอกโครงการส่วนที่เหลือ ซึ่งทราบว่ากรมเจ้าท่า ได้ขอความร่วมมือจากผู้รับจ้าง ให้ขนย้ายดินไปไว้ที่ศูนย์ราชการพิจิตร ทำให้ช่วยลดงบประมาณในการถม หากต้องมีการปรับปรุงพัฒนาในอนาคต

ที่ประชุมยังได้ขอให้ จังหวัดพิจิตร ช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องการจราจร เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนในระหว่างการขนย้ายวัสดุ ตลอดจนการซ่อมบำรึงถนนให้อยู่ในสภาพดีเพื่อความสะดวกและความสุขของประชาชนชาวจังหวัดพิจิตร ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ เห็นความสำคัญในการแก้ไขปัญหาการขุดลอกบึงสีไฟและขอให้สำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ตามแผนงานต่อไป

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูพัฒนาบึงสีไฟเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการฟื้นฟูระบบนิเวศ และการเพิ่มศักยภาพในการเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง เพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับการอุปโภคบริโภคและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ทั้งยังเพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ และเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ด้านระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อม ในบึงสีไฟมีการพบนกอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 80 ชนิด เป็นนกน้ำกว่า 35 ชนิด นกประจำถิ่นและนกอพยพ ไม่น้อยกว่า 30 ชนิด รวมทั้งพบพันธุ์ปลาอย่างน้อย 33 ชนิด และพันธุ์พืชมากถึง 49 ชนิด ถ้าฟื้นฟูเสร็จ อาจจะมีการดำเนินการพัฒนาบึงสีไฟในระยะต่อไปเพื่อทำให้บึงสีไฟเป็นสถานที่เก็บกักน้ำได้มากขึ้นเพื่อประโยชน์ของประชาชนด้วย

ขณะที่การฟื้นฟู “แม่น้ำพิจิตรสายเก่า” แม่น้ำพิจิตร มีความยาวตลอดลำน้ำ ประมาณ 127 กิโลเมตร ปัจจุบันมีวัชพืชขึ้นหนาแน่นตามลำแม่น้ำ เนื่องจากไม่มีน้ำต้นทุนมาเดิมให้แม่น้ำพิจิตร ประชาชนที่อาศัยอยู่ตลอดสองฝั่งลำน้ำ เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับการเกษตร และไม้ผลยืนต้น ที่ประชุมจึงได้มอบนโยบายแนวทางการแก้ไขปัญหาและอนุรักษ์ฟื้นฟูแม่น้ำพิจิตรสายเก่า ดังนี้

1.กรมทรัพยาการน้ำ เร่งดำเนินการปรับปรุงอาคารบังคับน้ำ และประตูระบายน้ำ บริเวณช่วงต้นน้ำ กลางน้ำและช่วงปลายน้ำ โดยดำเนินการ 3 จุด คือ 1.1 ประตูระบายอาคารบังคับน้ำดงเศรษฐี 1.2 ประตูระบายอาคารบังคับน้ำตำบลวัดขวาง และ 1.3 ประตูระบายอาคารบังคับน้ำวัดบางคลาน โดยให้แล้วเสร็จทันพร้อมรับน้ำในช่วงฤดูฝนนี้

2. กรมชลประทาน เร่งสำรวจออกแบบลำน้ำแม่น้ำพิจิตรสายเก่าทั้งระบบให้แล้วเสร็จภายในปี 2563

3.สทนช. บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งกีดขวางทางน้ำ ตามการสำรวจออกแบบของกรมชลประทาน

ด้วยความห่วงใยของรัฐบาล ที่ประชุมเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานร่วมกันฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

admin • July 22, 2020


Previous Post

Leave a Reply

Your email address will not be published / Required fields are marked *